วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

การทำประมง

<iframe width="640" height="360" src="https://www.youtube.com/embed/TtEsgcyNVwY" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>

ภาพการประมง





เศรษฐกิจประมง

บทบาทของการประมงต่อเศรษฐกิจ
และสังคมของไทย

                        การประมงเป็นอาชีพหลักที่สำคัญทางเศรษฐกิจสาขาหนึ่งของประเทศไทย มีการกำหนดแนวทางการพัฒนาไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทุกฉบับ ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีกิจกรรมทางด้านการประมงที่โดดเด่น โดยเฉพาะทางภาคใต้ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออกของประเทศ มีแนวชายฝั่งทะเลรวมทั้งประเทศยาวถึง3,534 กิโลเมตร จึงมีการทำการประมงทะเลอย่างกว้างขวาง  คำว่า “การประมง” มีความหมายแปลตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ว่า “งานหรือการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการจับสัตว์น้ำ ซึ่งประกอบด้วยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการทำประมง” ส่วนในพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 4 วรรค 2 ให้ความหมายของคำว่า “ทำการประมง”หมายความว่า “จับ ดัก ล่อ ทำอันตราย ฆ่า หรือ เก็บ  สัตว์น้ำ ในที่จับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือทำการประมงหรือด้วยวิธีการใด”ผลของการประมงนี้    มีเจตนาประสงค์ให้ได้มาซึ่งสัตว์น้ำนั่นเอง ดังนั้นการประมงตามความหมายในรายวิชานี้ จึงหมายรวมได้ถึงการจับสัตว์น้ำทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผลผลิตสัตว์น้ำและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ตลอดถึงธุรกิจที่ เกี่ยวเนื่องกับการประมงและสภาพสังคมที่เกี่ยวข้องกับสาขานี้ มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของไทยที่นักศึกษา ควรจะทราบเป็นอย่างยิ่ง

ความสำคัญของการประมง

                        ประเทศไทยมีผลผลิตทางการประมงติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศที่มีผลผลิตสัตว์น้ำสูงสุดในโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 ปัจจุบันปริมาณสัตว์น้ำรวมของไทยสูงถึงปีละ 3.7 ล้านตัน (ตารางที่ 1.1) โดยมีปริมาณสัตว์น้ำหลักมาจากสัตว์น้ำทะเลที่จับได้ในน่านน้ำไทย และน่านน้ำต่างประเทศ ผลผลิตสัตว์น้ำเหล่านี้มีบทบาทสำคัญทั้งด้านโภชนาการ การสร้าง รายได้ การจ้างงาน เป็นแหล่งเงินตราต่างประเทศ ลดการขาดดุลการค้า และสร้างการมี    เสถียรภาพในสังคม 
Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-ShareAlike 4.0 International License.

ประมงน้ำเค็ม

ประมงน้ำเค็ม อาจจะเหมาะรวมไปถึงในทะเล และชายฝั่ง ประเทศไทยของเรามีมากมายหลายพื้นที่ที่ทำการประมงแบบนี้เรียกได้ว่าทุกจังหวัดตลอดแนวทั้งฝั่ง อ่าวไทยและอันดามัน ด้วยความสมบูรณ์ของท้องทะเลแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำตามธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์
อย่างเช่นป่าชายเลน แนวปะการัง ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ป่าชายเลนทั่วประเทศจะถูกบุกรุ้งเพื่อทำนากุ้งไปอย่างมากมาย
แต่ด้วยความสำนึกรักอนุรักษ์ของคนในพื้นที่หลายๆจังหวัดได้ทำการฟื้นฟูและมีป่าชายเลนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทำให้เกิดระบบนิเวศใหม่ๆขึ้นมาไม่แต่ปลา กุ้ง ปูเท่านั้น สัตว์อื่นๆก็เพิ่มขึ้นมาอีกหลายชนิด
บอกก่อนนะครับสัตว์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเองนะ มันก็ย้ายถิ่นมาจากพื้นที่ใกล้เคียงมาหาที่อยู่ใหม่นี่ล่ะครับ
ประมงน้ำเค็มหรือชายฝั่งส่วนใหญ่จะทำกันเป็นล่ำเป็นสันคือเลี้ยงในพื้นที่ขนาดใหญ่เลี้ยงเพื่อการค้าโดยแท้จริง
อาชีพการประมงก็ถือได้ว่าเป็นกำลังหลักในเรื่องการผลิตอาหารเพื่อป้อนแก่คนไทยทั้งประเทศ
และประเทศอื่นๆราชการจึงให้ความสำคัญกับอาชีพเหล่านี้มีข้อมูลมากมายให้ท่านได้ติดต่อง่ายๆครับ
ประมงจังหวัดไม่ว่าจะน้ำจืดน้ำเค็มหรือน้ำกร่อยติดต่อได้ง่าย เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาอยู่แล้วเพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานโดยตรง
ไม่ว่าจะมีปัญหาใด
อย่างเช่นท่านเจอปัญหาปลาตายหลังจากฝนตกหนักท่านสงสัยว่าโรงงานเหนือลำน้ำ
แอบปล่อยน้ำเสียลงมาหรือเปล่าท่านทำได้เบื้องต้นคือให้ประมงจังหวัดเข้ามาเก็บตัวอย่างปลา
เพื่อไปทดสอบหรือพิสูจน์ว่าตายเพราะสาเหตุใด สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิของเราชาวประมงและผู้ที่มีอาชีพประมงครับ อย่าละเลยไป….
Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.

การประมงเพรชบุรี

การประมง
                           จังหวัดเพชรบุรีมีพื้นที่ติดต่อกับชายทะเล   ทางด้านทิศตะวันออกติดต่อกับอ่าวไทย   ตั้งแต่อำเภอบ้านแหลมจนถึงอำเภอชะอำ   

ระยะทางประมาณ  82  กิโลเมตร  ทำให้อาชีพการประมงเป็นอาชีพที่มีความสำคัญ   สร้างรายได้ให้กับจังหวัด  การประมงของจังหวัดเพชรบุรี 

ส่วนใหญ่เป็นการประมงแบบยังชีพ       ซึ่งแบ่งการประมงได้  3  ประเภท  ได้แก่  การประมงน้ำจืด   การประมงน้ำเค็มและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  
แต่ผลผลิตของการประมงส่วนใหญ่ของจังหวัดเพชรบุรี    ได้จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ      โดยเฉพาะการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ     ที่มีการเร่งรัดพัฒนา
อย่างรวดเร็ว     ตั้งแต่ปี 2529  เป็นต้นมา   จังหวัดเพชรบุรีมีพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลชายฝั่งทะเล    ในพื้นที่    อำเภอบ้านแหลม     อำเภอเมือง
และอำเภอชะอำ      มีผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งหลายรายดำเนินการในรูปบริษัทจำกัด     อาชีพการเพาะเลี้ยงกุ้งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจและทำ
รายได้ให้แก่จังหวัดเพชรบุรีจำนวนไม่น้อย      แต่ก็ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม      โดยเฉพาะการทำลายป่าชายเลนและมลพิษของน้ำทะเล   
ทำให้แหล่งน้ำที่ใช้เลี้ยงกุ้งเป็นแหล่งรองรับตะกอนและสิ่งเจือปนจากแหล่งต่าง ๆ       ผลที่ตามทำให้เกิดมลภาวะจนกระทั่งเป็นอันตรายต่อกุ้ง 
จากการสำรวจ      มีปริมาณสัตว์น้ำทั้งจากการทำประมงในทะเล ประมงน้ำจืด       และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในปี  2547 – 2548  มีผลผลิต
รวม  30,548  ตัน    มีมูลค่า  523,844,577 บาท    แบ่งเป็น

              ผลผลิตสัตว์น้ำเค็ม
                   1. จากการประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
                                -  กุ้งทะเล  ผู้ประกอบการ  276  ราย  ผลผลิต  636  ตัน  (คิดจากผู้มาขอใบอนุญาตจับกุ้ง)
                               -  หอยแครง  ผู้ประกอบการ  176  ราย  ผลผลิต  8,600  ตัน
                               -  หอยแมลงภู่  ผู้ประกอบการ  165  ราย  ผลผลิต  6,250  ตัน
                  2.  จากการประกอบการด้วยเครื่องมือประมงทะเล
                              -  จำนวนเรือประมงที่ใช้ในการประกอบการ จำนวน 1,373 ลำ ผลผลิต  24,442  ตัน
                 3. จำนวนครัวเรือนประมง  1,783  ครัวเรือน
                            -  ท่าเทียบเรือ  11  แห่ง
                           -  โรงงานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแช่เยือกแข็ง  1  แห่ง
                          -  โรงงานน้ำแข็ง  5  แห่ง
                          -  โรงงานน้ำปลา  2  แห่ง
http://www.promma.ac.th/main/local_education/unit7/p1_2.html

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-ShareAlike 4.0 International License.

ประมงน้ำเค็ม

การประมง อาชีพประมง ประเทศไทยเรามีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และยังคงเป็นแบบนี้เรื่อยๆ
ตราบใดที่เราใช้อย่างพอดีและพอประมาณเพื่อที่จะให้ธรรมชาติสร้างใหม่มาทดแทนสัดส่วนที่ใช้ไป


ประมงน้ำเค็ม อาจจะเหมาะรวมไปถึงในทะเล และชายฝั่ง ประเทศไทยของเรามีมากมายหลายพื้นที่ที่ทำการประมงแบบนี้เรียกได้ว่าทุกจังหวัดตลอดแนวทั้งฝั่ง อ่าวไทยและอันดามัน ด้วยความสมบูรณ์ของท้องทะเลแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำตามธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์
อย่างเช่นป่าชายเลน แนวปะการัง ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ป่าชายเลนทั่วประเทศจะถูกบุกรุ้งเพื่อทำนากุ้งไปอย่างมากมาย
แต่ด้วยความสำนึกรักอนุรักษ์ของคนในพื้นที่หลายๆจังหวัดได้ทำการฟื้นฟูและมีป่าชายเลนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทำให้เกิดระบบนิเวศใหม่ๆขึ้นมาไม่แต่ปลา กุ้ง ปูเท่านั้น สัตว์อื่นๆก็เพิ่มขึ้นมาอีกหลายชนิด
บอกก่อนนะครับสัตว์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเองนะ มันก็ย้ายถิ่นมาจากพื้นที่ใกล้เคียงมาหาที่อยู่ใหม่นี่ล่ะครับ
ประมงน้ำเค็มหรือชายฝั่งส่วนใหญ่จะทำกันเป็นล่ำเป็นสันคือเลี้ยงในพื้นที่ขนาดใหญ่เลี้ยงเพื่อการค้าโดยแท้จริง